เราจะดูได้อย่างไรว่าสินค้าไหนกำลังขายดี ? นอกจากใน cbtrends.com แล้วอีกที่หนึ่งที่เราพอจะเดาทิศทางของสินค้าได้คือใน KeywordSpy.com พวกเราส่วนมากจะรู้จัก Spyfu.com และ KeywordSpy.com กันดี แต่ไม่รู้ว่าจะเอามันมาใช้ประโยชน์อย่างไร ยิ่งพอรู้ว่าต้องเสียตังค์ก็ไม่ค่อยอยากใช้ ที่จริง KeywordSpy เขาให้เราใช้ฟรีได้ตลอดชีพ แต่เวอร์ชั่นใช้ฟรีเขาให้เราดูได้แค่ยี่สิบรายการ ขณะที่เวอร์ชั่นเสียเงินดูได้ไม่จำกัด เราก็เอาเวอร์ชั่นฟรีก็พอแล้วครับ สมัครเป็นสมาชิก KeywordSpy แบบฟรีเสียก่อน เราอยากดู Keyword ไหนก็กรอกKeywordเข้าไปตรงช่อง Search มันก็จะขึ้นหน้าจอใหม่ขึ้นมา มีเมนู Paid Keywords --Organic Keywords--Affiliate Keywords--Time Machine เรา คลิกที่ Affiliate Keywords ซึ่งค่า default ของมันคือ Clickbank อยู่แล้ว แต่เราจะเปลี่ยนเป็น Linkshare-Amazon-CJ ก็ได้ ในที่นี้เราจะดู Clickbank มันก็จะมีกราฟขึ้นมาด้านซ้ายมือ กับนิกเนมของ Super Affiliates ด้านขวามือ Super affiliates คือกลุ่มที่เอาโฆษณาไปลง Adwords กันมากที่สุด โดยวัดจากจำนวน Keywords (แกน Y) และ Products(แกนX) ถ้าเขาขายไม่ได้เขาจะทุ่มเงินกันมากมายเข้าไปทำโฆษณาทำไม เราก็คลิกไปที่นิกเนมของแต่ละคน เข้าไปดูว่าเขากำลังขายอะไรกันอยู่ ใช้ Keyword อะไร ใช้ถ้อยคำอะไรในโฆษณา เขาเป็น super affiliates ได้แสดงว่าเขาทำการบ้านมาเยอะ เราก็แอบดูของเขาบ้างจะเป็นไรไป ไม่ต้องไปลอกเขามา แต่เอามาเป็น guide ได้ว่าอะไรขายได้ขายไม่ได้ รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ผมเริ่มหยุดขาดทุนก็ด้วยวิธีนี้ หลังจากทำมั่วไปหมดจนขาดทุนติดต่อกันหลายเดือน ผมหยุดตั้งหลักแล้วเข้าไป research ใน KeywordSpy จนเริ่มเห็นแนวว่าจะไปอย่างไรต่อ จะจับตัวไหนดี ลองดูกันครับ อย่าเพิ่งท้อ มีทุนทำ Adwords ก็ทำไป ไม่มีทุนก็ทำ Article Submission ก็ได้ อาศัียความอดทนอย่างเดียว ผลลัพธ์เหลือเชื่อ หลังจาก KeywordSpy แล้วไปไหนต่อ? ก่อนจะมาใช้ KeywordSpy ผมใช้มาหลายตัวแล้ว ClickAdEqualizer ล่าช้าและเชือนแชมาก ต้องต่อ Proxy Server ตลอด ขนาดต่อพร็อกซี่แล้วก็ยังติดบ้างไม่ติดบ้าง ลองดู KeywordElite อีก หลายสิ่งหลายอย่างไม่เป็นอย่างที่โม้ไว้ ย้ายมา SeoDigger-WordTracker-Spyfu มาลงท้ายที่ KeywordSpy ซึ่งผมชอบมากเพราะมันใช้ฟรีนั่นเอง และข้อมูลที่ได้ก็ค่อนข้างชัดเจน ไม่ต้องตีความกันนาน และมันSearch ได้หมดไม่ว่าเราจะใช้อะไรเป็นตัวหลัก URL-Keyword-Affiliate Id เรารู้ทันทีว่าใครทำอะไรที่ไหน อย่างไร ใส่ URL ลงไป แล้วดูที่ Overview เราก็เห็นแล้วว่าวงเงินที่เขาใช้โฆษณากันอยู่วันละเท่าไหร่ ถ้ามันไหลลงแสดงว่ากำลังเสื่อมความนิยม ถ้าไหลขึ้นก็กำลังมาแรง เช็คได้หมดทุกเว็บดังๆที่ผ่านAdwords 1. แล้วเราจะให้ของแถมกับคนที่ซื้อของผ่าน Landing Page ของเราได้ไงอ่ะครับ 1) ไปที่ bookswealth.com แล้วคลิกที่ Step-By-Step Guide ร้านนี้ผมซื้อประจำ ซื้อมา 20 เล่ม ราคา 50 เหรียญ แจกไปร้อยกว่ารายแล้วยังแจกไม่หมดเลย (เฮ้อ ยังไม่รู้เมื่อไหร่จะหมด) เขาอธิบายวิธีไว้ให้หมดครับว่าจะทำอย่างไร ขั้นตอนง่ายๆคือ เอา ebooks ที่เราซื้อมารวบรวมเข้า WinZip โหลดไฟล์ที่มีนามสกุล .zip ขึ้นเว็บของเรา พอลูกค้าแจ้งชื่อและเลขที่ใบเสร็จมาเราก็ตรวจสอบจากหน้า Clickbank ว่าเขาซื้อจริงหรือเปล่า ถ้าถูกต้องก็แจ้งทาง e-mail เขาไปว่าให้ไปดาวน์โหลดที่ URL ไหน ขั้นตอนมีแค่นี้แหละครับ ที่ bookswealth.com นี้เขาอธิบายไว้ให้หมดแล้วว่าจะทำอย่างไร ทำตามที่เขาบอกก็แล้วกัน ไม่ยากหรอกครับ อันนี้ถ้าลูกค้าคุณมี 5-10 คนต่อวัน ถ้าลูกค้าเยอะกว่านี้ก็ต้องใช้ระบบอัตโนมัติ ซอฟท์แวร์ด้านนี้มีมากมาย เว็บไซท์ที่บริการให้เราเบ็ดเสร็จ จ่ายเดือนละ 17 เหรียญก็มี แต่ก่อนจะไปทำระบบอัตโนมัติ ต้องแน่ใจว่าเราขายได้ยอดสูงๆเสียก่อน หรือเราจะเอา eBooks ของเราไปฝากขายที่ Amazon ก็ได้ เพราะเดี๋ยวนี้คนนิยมอ่าน eBooks ผ่าน Kindle โหลดมาลง Kindle อ่านได้เลย เอา eBooks ขึ้น Amazon แล้วนอนตีพุงเลย เพราะคนเข้า Amazon วันละหลายล้าน เขาจัดการด้านลูกค้าและการดาวน์โหลดให้เสร็จ แต่ค่าหัวคิวเขาคิดแพง ถ้าราคา 9 เหรียญ เขาเอาไป 6 เราได้ 3 แต่สามก็สามเถอะขายวันละสิบรอบมันก็สามสิบแล้ว ต้นทุนยังเท่าเดิม eBooks ที่มี Resale Rights (หรือ Resell Rights) เราจะขายต่อกี่ร้อยกี่พันรอบก็ได้เป็นสิทฺธิ์ของเรา ถ้าคุณขายเป็น ก็เสือนอนกินดีๆนี่เอง แต่คนไทยเรายังมองไม่ค่อยเห็นโอกาสตรงนี้ ฝรั่งเขารวยด้วยวิธีนี้กันมาหลายคนแล้ว ถ้าไม่อยากใช้ Instant Article Wizard ให้เปลืองเงิน $67 เราทำเองก็ได้ ใช้หลักการเดียวกัน วิธีนี้ผมใช้หากินอยู่ทุกวันนี้ สมมุติว่าจะเขียนเรื่อง Carbohydrates เราก็ search คำว่า “Carbohydrates are” ในGoogle มันก็จะมีบทความเกี่ยวกับคาร์โบไฮเดรทขึ้นมาเป็นร้อยๆบทความ เราก็ก๊อปมาสักสี่ห้าบทความ ย่อหน้าแรก เอาของบทความที่หนึ่ง ย่อหน้าสอง เอาของบทความที่สอง ย่อหน้าสาม เอาของบทความที่สาม ทำแบบนี้แหละจนครบห้าย่อหน้า แล้วเราก็แก้ไขคำบางคำในแต่ละย่อหน้า อย่าให้มันเหมือนเดิมเป๊ะๆ ถ้าขยันเปิดดิกหน่อย มันมี Dictionary of Synonyms ให้ค้นหาคำที่พ้องความหมายกัน ไม่ต้องเปลี่ยนทุกคำ เอาประโยคละหนึ่งคำก็พอ เลือกเอาคำง่ายๆ อย่าไปยุ่งกับคำยากๆ แรกๆอาจจะยุ่งยากและสับสน แต่พอทำสักสิบบทความแล้วจะรู้ทันควันเลยว่าคำนี้จะเอาคำไหนมาแทน ครึ่งชั่วโมงได้แล้วหนึ่งบทความ ขยันส่งไปตาม Article Directories บ่อยๆ traffic มาโดยไม่เสียตังค์ ทุกบาทที่เราได้ไม่ต้องหักค่าใช้จ่ายให้ Google กำไรล้วนๆ นี่คือการตัดต่อพันธุกรรมเบื้องต้นที่ผมใช้อยู่ และได้ผลอย่างแรง